หายตัวไปไม่ได้มา update กันนานพอดู แต่ก็ยังคอยตามอ่านตามคอมเมนต์ชาวบ้านเป็นพักๆ
ก่อนอื่นก็ต้อง
ขอขอบคุณทุกคนที่ส่ง SMS อวยพรวันเกิด(จากไทยมาที่เบอร์ญี่ปุ่น)
ขอขอบคุณทุกคนที่ส่งบัตรอวยพรวันเกิด(ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น)
ขอขอบคุณทุกคนที่โทรศัพท์อวยพรวันเกิด(ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น)
ขอขอบคุณทุกคนที่ส่งของขวัญวันเกิด(จากไทย จีน ใต้หวัน มาเลเซีย และญี่ปุ่น)
ขอขอบคุณทุกคนที่จัดงานเลี้ยงวันเกิด(โดยคนญี่ปุ่น จีน ใต้หวัน มาเลเซีย)
ให้กับผมมา ณ ที่นี้ด้วยครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีในต่างประเทศจริงๆ เดินสายตัดเค๊กกันเหนื่อยเลยทีเดียว (มุเรียว)

เข้าเรื่องล่ะครับ
ตอนนี้ใบขับขี่สากลที่ใช้อยู่ใกล้หมดอายุแล้ว ถ้าไม่ทำก็จะลำบากเวลาขนของ หรือหอบเอกสารไปมหาลัยไกลๆ โดยเฉพาะค่าเช่ารถรวมค่าน้ำมันที่ถูกกว่าค่าตั๋วชินกังเซนแล้ว นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการทำใบขับขี่ญี่ปุ่นไว้
เมื่อตัดสินใจแล้วก็เที่ยวสอบถามเพื่อนๆที่มีใบขับขี่กันแล้วว่าทำไงบ้าง จนรู้ความแล้วเลยได้ความว่าประเทศและเขตปกครองดังต่อไปนี้ไม่ต้องสอบใบขับขี่ หากถือใบขับขี่สัญชาติตัวเองมาระยะนึงก่อนเข้าญี่ปุ่น ก็สามารถเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ญี่ปุ่นได้เลย ประเทศเหล่านี้ได้แก่ ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร, อิตาลี่, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เนเธอแลนด์, แคนนาดา, สหภาพเกาหลี, กรีซ, สวิสเซอร์แลนด์, สวีเดน, สเปน, เดนมาร์ค, เยอร์มัน, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศษ, เบลเยี่ยม, โปตุเกส, ลักซ์เซนเบิร์ค, และใต้หวัน
ไม่มีไทย

สงสัยทำไมประเทศพวกนี้มันดีกว่าไทยตรงไหน!!! จะว่าไปประเทศที่มีดีกว่าประเทศข้างบนก็มีเยอะแยะ อย่างสหรัฐอเมริกาทำไมไม่มีในรายชื่อที่สามารถเปลี่ยนใบขับขี่ได้เลย
พวงมาลัยซ้าย-ขวาก็ไม่เกี่ยวกันแน่ๆ เพราะ 22 ประเทศกับ 1 เขตการปกครอง เกือบทุกประเทศขับพวงมาลัยซ้ายกัน มีบางประเทศที่ขับพวงมาลัยขวาแบบญี่ปุ่น
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีหรือก็ไม่ใช่... ทำไมสหรัฐอเมริกามันไม่อยู่ในลิสต์
หรือว่ามีข้อตกลงฯลฯ กับประเทศญี่ปุ่น อันนี้ไม่ใช่แน่นอน เพราะไม่งั้นคงมีประเทศอื่นๆมากกว่านี้แน่ๆ เพราะญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศที่ยืนได้ด้วยขาของตัวเองแล้ว
แล้วมันเป็นยังไงกัน??? สงสัยป่ะ??? แน่นอนผมก็สงสัย!!!

ความสงสัยทำให้เกิดปัญญา!!!



ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่มา จึงได้รับคำตอบมาว่าสาเหตุที่ประเทศไทย หรือพี่ใหญ่อย่าสหรัฐอเมริกาไม่อยู่ในรายชื่อประเทศที่สามารถเปลี่ยนใบขับขี่เป็นของญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องสอบก็คือ....
ประเทศคุณ... ขับรถกันอันตราย และเกิดอุบัติเหตุมาก เมื่อเที่ยบกับประเทศที่สามารถเปลี่ยนใบขับขี่ได้เลย

คือว่าเขาจะมีข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนถนนของแต่ล่ะประเทศมาประเมินนโยบาย พอดีไทยเรามันดวงไม่ดี ดันมีชื่ออยู่ในลิสต์ดังกล่าวโดยบังเอิญ (เรอะ?)
จบเห่... หมดคำถามหมดทุกคำ สิ่งที่ทำมันฟ้องเรื่องราว~ และมันก็คือคำตอบ~

อีกประการหนึ่งที่รู้มาว่า ประเทศญี่ปุ่นแบ่งซอยประเภทใบขับขี่ละเอียดยิบๆเลยทีเดียว มีขนาดแบ่งด้วยว่าคุณสอบเพื่อขับรถเกียร์อะไร (MT หรือ AT) ไม่เหมือนเมืองไทยนะ แล้วใบขับขี่ญี่ปุ่นเนี่ยมันเหมือน Rock buster มากๆเลย คือเพิ่มออฟชั่นได้เมื่อล้มบอสเคลียร์ด่านสำเร็จแล้ว คือเริ่มแรกเป็นพวกนูปๆก่อน แล้วก็ไต่เต้าไปเรื่อยๆจนได้ออฟชั่นไม้ตายครบ (กว่าจะครบคงหมดเงินเป็นล้านๆเยน)

อ่อ... จากประสบการณ์ที่ค้นพบบนท้องถนน พบว่าคนไทยคนญี่ปุ่นก็เหมือนกัน คือ
1- ขับรถไปคุยโทรศัพท์มือถือไป ช่างเป็น Image Breaker จริงๆ แถมไม่ใช่แค่คันสองคันนะ... เจอบ่อยมากๆพอๆกับเจอในไทยเลย
2- กฎจราจรมีไว้แหก... ป้ายบนทางด่วนมันเขียนเลข 90 ทางโค้งบนทางด่วนเขียน 60 พี่ยุ่นแกทีนหนักไปหน่อย... ขับตามๆกันไปดูเกจความเร็วรถตัวเองเฮ้ย... 150 แล้ว (ถ้าโดนกล้องนี่ถึงกับฉิบหายย้อนหลังเลยทีเดียว)
3- ไฟเหลืองหมายถึงเหยียบให้มิด เจอมาหลายคันแระ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกรถแทกซี่ ไม่ก็พวกรถหรูๆ (บางคันแม่งฝ่าไฟแดงด้วยแสส)
4- อยู่หลังพวงมาลัย ก็เป็นปิศาจร้ายเหมือนกัน แถมถ้าเกิดไปทางเดียวกันละก็... จองล้างจองผลาญเคียดแค้นกันจนกว่าจะจากกันบนถนนเลยทีเดียว
ฯลฯ
โดนจับยึดใบขับขี่แล้วเอ็งจะหนาว !@#$

หรือว่าผมอยู่ในโตเกียวที่เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นเหมือนกับกรุงเทพที่เป็นเมืองหลวงของไทย? คนมันเลยแสดงอะไรออกมาคล้ายๆกัน

มา Update แค่นี้แหละ ใครอยากรู้เรื่องใบขับขี่ญี่ปุ่นถามได้ แต่อาจจะตอบไม่ได้ (ฮาๆๆ)