Adventure

การแข่งขันเคนโด้ภาคกลางครั้งที่ 1

โดยปกติแล้วทางสมาคมเคนโด้แห่งประเทศไทยจะมีการแข่งขันหลักๆอยู่สองรายการทุกๆปี คือ นากาเนคัพ และเฟรนชิป แต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปีตรงที่ว่ามีการแข่งขันระดับภาคขึ้นมาอีกหนึ่งรายการ เป็นการแข่งขันในระดับภาคกลาง


สถานที่จัดการแข่งขันคือสนามกีฬาในร่ม 2 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่แข่งคือวันที่ 24 สิงหาคม 2008 (2551) เริ่มมารวมตัวกันที่สนามแข่งประมาณ 8:30 (เช้า)


พี่ที่แสนดีคนนึงของชมรมเคนโด้กำลังทำเส้นสัญญาลักษณ์กำหนดจุดต่างๆในสนาม

เนื่องจากเป็นคอร์ทแบตมินตั้น เส้นสีขาวจึงลายพร้อยเลย (ขอบอกว่าเจ้าของบล๊อกลงแข่งมึนเส้น จนถอยหลังออกนอกสนามเลยฟาล์วไปครั้งนึง จากนั้นกูไม่ออกห่างจากบริเวณกากะบาทนั่นอีกเลย แสรดดด)


ส่วนน้องๆก็เอาประกาศตารางกำหนดการแข่งขันต่างๆไปติดไว้ตามฝาผนัง... แต่ขอบอกว่าหลังจากติดแล้วมันดูไม่จืดเลย - -"


กำลังแยกป้ายหมายเลขของนักกีฬา (เจ้าของบล๊อกหมายเลข 16)


หลังจากได้รับป้ายกันแล้วก็มาซุ้มซ้อมกันระหว่างรอเรียกรวมตัวเพื่อเริ่มพิธีการเริ่มการแข่งขัน


บรรยากาศก่อนเริ่มพิธีเปิดการแข่งขัน (จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรแค่วอร์มอัพร่วมกัน แล้วก็มีการกล่าวเปิดการแข่งขันเล็กๆน้อยๆ)

เนื่องจากเจ้าของบล๊อกเป็นผู้ร่วมแข่งขันด้วย ดังนั้นจึงไม่มีภาพขณะเปิดการแข่งขัน...


นักกีฬาลงสนามทำความเคารพกัน


พอยืนขึ้นก็ได้เวลาล้างผลาญแล้ว...


ฟาดเข้าให้ "โคเทะ~~~"...

ไม่มีรูปเจ้าของบล๊อก เพราะเจ้าของกล้อง(บล๊อก)ลงไปแข่ง

ครั้งนี้ครั้งแรกที่ลงแข่ง รู้สึกหงุดหงิดมาก เซ็งทั้งวันเลยเพราะลงสนามไปแล้วตัวเองทำไม่ได้ดังใจต้องการ พอแข่งเสร็จแล้วบางทีก็หงุดหงิดว่าทำไมตูไม่ตัดสินใจทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ไปเลยฟ่ะ (เช่นแทงคอหอยมันซะเลย)


ของเราได้แข่งทั้งหมด 4 ครั้ง... ได้ผลมาเป็น แพ้ ชนะ แพ้ แพ้....


อารมณ์ตอนนี้เซ็งเป็ด... หงุดหงิด... คิดว่าคงหงุดหงิดเซ็งเป็ดอย่างนี้ไปอีกเป็นสัปดาห์


แต่ก็ดีอย่างนึงคือ ได้ลองลงสนามแข่งขันเป็นครั้งแรก...ก่อนจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น...

ไว้มีแข่งอีกถ้าตรงกับเวลาว่างและมีเงินเก็บพอกูจะบินกลับมาลงแข่งล้างมืออีกทีแสรดดดด แค้น แค้น แค้นตัวเองว๊อย ฮือๆๆๆ

อาคารเก่าของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งอยู่หลังสถานีตำรวจพระราชวัง แต่ถ้ามาจากทางสนามหลวงจะอยู่เลยวัดโพธิไปหน่อยนึง


ถ้าไม่มีคำถาม ก็ไม่มีการคิดหาคำตอบ
ถ้าไม่มีการคิดหาคำตอบ ก็ไม่เกิดปัญญา...


เดินผ่านประตูหน้าของอาคารเข้ามาก็จะมาที่โถงด้านหน้า


ซึ่งถ้าเดินผ่านเข้าประตูชั้นในของโถงจะพบกับโต๊ะประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ค่อยให้บริการและคำแนะนำในการชมพิพิธภัณฑ์อยู่


บรรยากาศเก่าๆ รถสามล้อแบบเก่าๆ รถเข็นส้มตำเก่าๆ ศาลพระภูมิเก่าๆ แม่ค้าหาบเร่เก่าๆ


กบแดง... เหมือนอย่างกับเป็นตัวแทนของไทยในยุคสมัยต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของดินแดนสุวรรณภูมิจนถึงประเทศไทยในปัจจุบัน (ตัวสุดท้ายใช้ไอพ๊อต)


กบแดงแดดเดียว...ห้อยมาเป็นระย้าเชียว จริงๆถ้าแสงถึงภาพสวยมาก~ก


ห้องแรกๆจะเป็นการเปิดตำนานสุวรรณภูมิ ต้นกำเนิดของประเทศไทยในปัจจุบัน




ชาวสุวรรณภูมิมาจากไหน?


พาย้อนไปตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานเชียว


เดินต่อมาอีกห้องนึง จะมีการจัดแสดงระบบการค้า การแลกเปลี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธุ์ต่างๆในโลก ทุกอย่างเกิดขึ้นที่สุวรรณภูมิ...


การสร้างเมืองของชาวสุวรรณภูมิ


Time line แสดงให้เห็นอารยธรรมของชาติพันธุ์ต่างๆเปรียบเทียบกัน


การรู้จักการหลอมโลหะ เป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของอารยธรรมทั้งมวลในโลกเรา


เรามีความสัมพันธ์กับชาติพันธุ์ใดบ้างในสมัยอนาจักรสุวรรณภูมิ สามารถดูได้จากของที่หลงเหลืออยู่ในดินแดนของไทย


การหุงข้าวของไทยในสมัยก่อน นี่คือข้าวหลาม....


การเกษตร และเครื่องมือการเกษตร


ศาสนาพุทธในสมัยนั้น... เย~ ธัมมา


ห้องนี้แสดงวิวัฒนาการของการสร้างเมืองเมื่อเข้าสู่ช่วงของอยุธยา


งานพระเมรุ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา


ห้องถัดมามืดมาก ไม่สามารถถ่ายภาพได้ดีเท่าไหรนัก แต่เป็นการแสดงเกี่ยวกับการแตกสลายของอยุธยา


แผนที่สยามประเทศ โดยฝรั่งเศษ.... ประเทศไทยเราใหญ่โตขนาดไหน... วาดซะอ้วนพีเชียว...


จัดแสดงอยู่ในห้องนี้แหละ...


ห้องจัดแสดงการทำนาทำไร่ของสยามประเทศ แสดงให้เห็นว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมมาแต่เดิม


โต๊ะจำลองการทำนาของสยามประเทศ ทางด้านขวาจะมีมือหมุน เมื่อหมุนหุ่นกลจำลองก็จะขยับแสดงการทำนา


หุ่นไล่กา


กระท่อมปลายนา

แล้วพอเดินๆมาอีกห้องนึง... เป็นห้องที่เป็นช่วงของการปฎิวัติสยามประเทศให้มีความเจริญเทียมบ่าเทียมไหล่ของชาติตะวันตก อยู่ๆก็เจอมาเฟียอังยี่...

พี่แกมาค้าแป้งมัน... (แป้งมันอะไรเอ่ย...ห่อละสิบล้าน...)


การประปาสมัยโน้น กับกระดิ่งรถรางสมัยโน้น...


ผังเมืองสมัยนั้น


ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ช่วนให้หวนถึงบรรยากาศในสมัย ร.5


เอ้า... พี่แกอยู่ๆก็ตัดราคาแป้งมันแถมจะให้แถมชาเขียวอีกต่างหาก... มาเฟียอังยี่จริงๆ


จากสยามประเทศ สู่การเป็นประเทศไทย (กินแกงเนื้อไม่เบื่อหรือไง...)


ปฎิวัติวัฒนธรรมไทย การมีวิทยุกระจายเสียง การรับวัฒนธรรมตะวันตกที่ไหลบ่าเข้ามา


ประกาศจากคณะโอตากุ ขณะนี้ขบวนการเซไตได้ทำการปราบสัตว์ต่างดาว ได้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ประชาชนทุกคนขึ้นจากหลุมหลบภัยได้... โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง!


ผู้มีอิทธิพล... ขนาดไหล่ดาราดังก็ยังไปกระทบได้


คาเฟ่ ร้านอาหารและสุราในยุค60


อาหารเช้าแบบอเมริกัน จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าข้าวผัดอเมริกันนั้น มีต้นกำเนิดในประเทศไทย...


นั่งตรงบาร์ คอยดักสาว


แต่จริงๆแล้วคือเจ้าของร้าน!

ก่อนออกมาจะมีห้องให้เขียนความฝันของตัวเอง แต่พอดีว่าคนมันแน่นๆ เลยขอผ่านดีกว่า


โถงบันไดของตึกเก่า


ชายกลางเดินลงบันไดมา...



โดยส่วนตัวคิดว่าการนำเสนอของทางพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างดึงดูดความสนใจได้ดีมากเลยทีเดียว การใช้เครื่องมือเครื่องทางเทคโนโลยี่มาโต้ตอบกับผู้เข้าชมจะทำให้การเข้ามาเรียนรู้ลดความน่าเบื่อไปได้เยอะมาก และเปลี่ยนไปเป็นความน่าสนใจแทน

การให้ผู้เข้าชมสามารถจับต้องสิ่งของได้ก็เป็นอีกสิ่งนึงที่ผมชื่นชมในการนำเสนอของทางพิพิธภัณฑ์ครับ แต่ว่าคนที่จับต้องก็ควรจับต้องด้วยความระมัดระวังด้วยนะครับ

สุดท้ายก็คิดว่าถ้าโรงเรียนหรือสถานศึกษาจัดให้นักเรียนมาเดินทรรศนศึกษาก็จะดี เป็นการปลูกฝังให้เด็กไทยมันรู้ว่าประเทศไทยเราไม่ใช่ขี้ไก่ และมันจะได้ภูมิใจที่มันเกิดมาเป็นคนไทย ไม่บ้าเห่ออยากเป็นญี่ปุ่น เป็นฝรั่ง

ข้อเสียของการนำเสนอคือ ทางพิพิธภัณฑ์ไม่มีสูจิบัตรแจก หลายส่วนที่น่าจะมีการเขียนบรรยายก็ไม่มี ซึ่งถ้าไม่มีแจกก็น่าจะทำขายนะครับ เดินไปเจออะไรก็เปิดหาข้อมูลในเล่มนั้นได้เลย

เว็บไซต์ http://www.ndmi.or.th

edit @ 17 Aug 2008 11:45:49 by tenshi

ไปกินอาหารกับคุณเพื่อนมาครับ กินที่สมบูรณ์โภชนา สาขารัชดาฯ



ไปดูเมนูแรกกัน

ปูผัดผงกระหรี่... อร่อยมากมาย เวลากินให้เอาน้ำจิ้มทะเลใส่เล็กน้อย อร่อยเหาะ!



ผัดผักบุ้งไฟแดง... อาหารขั้นเบสิกบนโต๊ะอาหาร รสชาตเหมือนๆร้านข้าวต้ม แต่ให้มาเยอะมาก



อันนี้หนอนแก้ว ไม่ใช่ของกินแต่อย่างใด กินก็ไม่ได้... แต่มาร่วมก๊วน (เหตุที่เรียกหนอนแก้ว)



ข้าวผัดปู... เบสิกอีกแล้ว เอาไว้กินกับปูผัดผงกระหรี่ อร่อยเหาะทะลุชั้นบรรยากาศ!



ปลา....อะไรไม่รู้... ไปดูว่าปลาอะไรที่บล๊อกคุณเพื่อนนะครับ


ปลาอะไรไม่รู้ จ้วงเลยดีกว่า


ไก่ผัดเม็ด(มะม่วง) มาแบบโคตรหล่อเลย


วิญญาณกุ้งอบวุ๊นเส้น...



ขอร้อง... วิญญาณจริงๆ กุ้งอย่างแรร์ มีมาให้สองซีก = 1 ตัว....



กระเพาะปลาน้ำแดง โรยหน้าด้วยผักชี และถั่วงอกขาวๆ อร่อยข้ามจักรวาลครับ



โซ้ยเรียบ เอิ๊กกก~ก


รวมแล้ว.... ราคาตามบล๊อกของคุณเพื่อน

โดยร่วมแล้วถือว่าใช้ได้ เอาไปสามดาวครึ่งแล้วกัน...


แผนที่ร้านครับ ร้านเปิดตั้งแต่บ่ายสี่โมงเย็นนะครับ


Oinari-sama
View full profile