Blog tag คืออะไร?
ผมคิดว่า Blog Tag ก็คงจะเหมือนกับพวกธุรกิจขายตรงหรือไม่ก็เป็นแชร์ลูกโซ่ประเภทนึง
ง่ายๆคือ เมื่อเราตกเป็นเหยื่อของลูกโซ่นี่แล้ว เราต้องรังควาญเพื่อนๆ ไม่ก็คนใกล้ตัว แบบพวกนักขายตรงนั่นแหละครับ ต้องหาสมาชิกเพิ่มเพื่อทำยอด หรือไม่ก็เพื่อหนีจากคำสาปซาดาโกะทัน
สำหรับผมแล้วต้องขอบคุณหลายๆท่านด้วยลักและผุพัง เอ้ย... ด้วยรักและผูกพัน เริ่มจาก... Johnny ก่อนเลยครับ จากนั้นตามมาติดๆด้วย ถังเขียวดุร้าย เท่านั้นยังไม่พอ เบลล์จัง ก็ยังมา Tag ต่ออีก... โอ๊ะๆยังไม่หมดยังมี โลมก และ เกรียนเหว อุตสาห์มาร่วมขบวนกับเขาด้วย สิริรวมแล้วเท่าที่เห็นนับฆาตกรได้ห้าคน ฮือๆๆๆ
เข้าเรื่องที่คนหลายๆคนไม่รู้ดีกว่า ห้าเรื่องใช่ม๊ะ ต้องคั้นกันสุดๆเลยนะเนี่ย
ข้อแรก - หลายๆคนคงรู้แล้วว่าผมใส่แว่น แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่าสายตาผมสั้น-ยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นเวลาที่ผมจะมองอะไรไกลๆ ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นผมขยิบตาข้างนึง ไม่ก็หลับตาข้างนึง และโดยปกติแล้วผมจะไม่ใส่แว่น ถึงจะมีแว่นติดตัวไว้ก็ตาม เพราะมีอคติกับแว่นตามากๆ คือเมื่อตอนเด็กผมตาเหล่มาก ที่บ้านก็ส่งไปผ่าตัดมาสองครั้ง อาการก็ดีขึ้น แต่ไม่หายขาด หมอเลยให้ใส่แว่นเพื่อฝึกกล้ามเนื้อตา (ประมาณนั้น) แล้วไอ้กรอบแว่นเนี่ย..... ดูยังไงๆ มันก็กรอบแว่นตาแป๊ะ! ทำใจใส่ไม่ด้ายยยยยยย แถมยังโดนบังคับให้ใส่อยู่นั่นแหละ สุดท้ายไม่รู้แว่นนั้นหายไปไหน สะจายยยย ไม่ต้องโดนบังคับให้ใส่แว่นตาแป๊ะ หึยยย~ย์
ข้อสอง - ตอนม.ปลาย... ผมเคยโดนลวนลามบนรถเมล์... อันนี้ อ๊าย~อาย~ คือแบบว่ารถมันไม่ค่อยแน่นอะนะ เราก็ยืนโหนรถเมล์อยู่ แล้วอยู่ๆมีมือดีมาจับก้น! ขยุ่ม~ขยำ~ อั๊ง~~ง~ ไอ้เราก็สะดุ้งขนลุกซู่เลย... หันไปมองข้างหลัง มีแต่ผู้ชาย (สลัดจริงๆ ถ้าเป็นผู้หญิงม.ปลายเหมือนๆกันว่าไปอย่าง) เท่านั้นแหละ! รีบเดินลงจากรถเลยดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิต นี่เรา...... หน้าตาน่ารักขนาดนี้เชียว - -"
ข้อสาม - ผมเป็นคนที่เขียนหนังสือเป็นระเบียบเรียบร้อยมากๆ แม้จะเขียนบนกระดาษ A4 โล่งๆหรือเขียนบนกระดานหน้าชั้น ผมก็จะเขียนได้เป็นบรรทัดที่ตรง ขนาดตัวหนังสือสม่ำเสมอ และตัวหนังสือสวย(น่ารัก) โดยเฉพาะเวลาจดเลคเชอร์ที่อาจารย์สอนนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่อาจารย์สอนไป เวลามันผ่านไปแล้วมันก็ผ่านไปเลย ถ้าเราจำไม่ได้ทั้งหมด เราก็ควรจะจดเอาไว้ เพราะถ้าเรียนจบไปแล้ว อาจารย์ก็จะไม่มาสอนเราอีกแล้ว เว้นแต่จะเสียเงินมาเรียนใหม่ อาจารย์สอนไม่ใช่แต่ในตำรา แต่จะมีพวกเทคนิกต่างๆในการคิดกับวิเคราะห์..... เมื่อคิดได้ดังนั้น เวลาผมจดเลคเชอร์ ผมจะจดอย่างตั้งใจและเป็นระเบียบ ลายมือก็เรียบร้อย มีการแบ่งสีสันต่างๆ ของสิ่งที่จดลงไป หลักๆก็มีสีดำ สีน้ำเงิน สีแดง สีม่วง แต่ละสีก็จะทำหน้าที่ของมันไป เช่นสีดำเขียนคำอธิบายต่างๆ สีน้ำเงินเขียนพวกปัญหา สีแดงเขียนพวกการคำนวน สีม่วงไว้แซมฮินท์ที่อาจารย์แนะนำ และถ้าเป็นการเขียนรูปประกอบคำบรรยาย สีสันเหล่านี้จะัช่วยให้คนที่อ่านเข้าใจง่ายขึ้น ดังนั้น!!! เพื่อนๆที่มหาลัยจึงชอบที่จะยืมเลคเชอร์เราไปซีรอกซ์ ไม่ก็ยืมกลับบ้านไปลอก จนมีวันนึง เพื่อนผู้ชายมันทะเลาะกับแฟนมัน ด้วยเรื่องที่แฟนสาวคิดว่าแฟนหนุ่มไปมีกิ๊กในห้องเรียน เพราะยืมสมุดมาลอกบ่อยๆ แสดงว่าต้องกิ๊กแน่ๆถึงได้ยอมให้เอากลับมาลอกบ่อยๆ จนเราต้องไปเคลียร์ให้ /- -"/
ข้อที่สี่ - ผม... เคยเรียนโรงเรียนสตรี.... แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แค่ชั้นอนุบาลกับประถมก็ตาม... แถมมีวันนึงที่มาสาย ไอ้เราเป็นเด็กผู้ชาย ยืนเข้าแถวโด่เด่กับเด็กผู้หญิงที่มาสายเหมือนๆกัน แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นหลัก ไอ้หลักๆอยู่ที่.... คุณครูที่คุมแถวมาสาย (เป็นผู้หญิงวัยใกล้เกษียณ) แกตาสั้นหรือเปล่า(วะ) ให้เด็กผู้ชายมายืนถอนสายบัว กับเด็กผู้หญิง แถมยังต้องให้ถอนสายบัวให้สวยๆด้วยนะ แสรดดดดดดด จำได้ว่าวันนั้นแค้นๆ แต่เป็นเด็กนี่เนอะ พอสายๆบ่ายๆก็ลืมแล้ว (แม้แต่หน้ากับชื่อคุณครูคนนั้นยังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ) พอจะเข้ามัธยม เหมือนจะได้ยินจากปากบุพการีว่า... "ถ้าสอบเข้าโรงเรียนเทพศิรินทร์ ไม่ได้ละก้อ จะเอาไปฝากเรียนที่...(ขอสงวนไว้แต่ก็เป็นโรงเรียนสตรีแห่งนึง)" เล่นเอาเสี๊ยว เสียว จากเด็กขี้เกียจ ต้องมานั่งอ่านหนังสือจนติดตัวสำรอง แล้วอีท่าไหนไม่รู้ก็ได้เรียนในโรงเรียนชายล้วน - -"
ข้อสุดท้าย - ผมเป็นคนขี้น้อยใจครับ แถมเป็นอย่างแรงมากๆด้วย ถึงแม้ว่าผมจะดูกร้าวร้าว ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองไปบ้าง หรือแม้กระทั้งปากเสีย แต่ผมก็เป็นคนคิดมากนะ เรียกว่าแคร์ความรู้สึกคนอื่นนั่นแหละ แต่อย่างไรก็ตาม บางทีถ้าอารมณ์มันขึ้นมากๆ มันก็กลั้นไม่อยู่จริงๆ อ่อ...มีอีกอย่างนึงเกี่ยวกับอารมณ์นี่แหละ คือเวลาผมดูหนังดูการ์ตูน ผมจะคิดตามเนื้อเรื่องไปด้วย(คิดยังไงไม่บอก)ถ้าอินได้ที่เมื่อไหรบางทีจะน้ำตาซึม ฮือๆๆ เลยไม่ค่อยได้ดูหนังกับใครเท่าไหร เพราะว่ากลัวคนเห็น
ครบห้าข้อแล้ว เหนื่อยชมัดเลยกว่าจะเขียนได้หมดห้าข้อ... - -"
เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ต้องส่งต่อให้อีกห้าคนถัดไปที่ยังไม่ได้เขียน ดังนั้นรับกรรมไปซะ!!!
คนแรก เจ้าของรอยยิ้มที่น่ากลัว และตามมาติดๆด้วย ป้าย่นเจ้าของลาเต้ จากนั่นก็ นายพลตุ่นจอมโหด พ่วงด้วย โดร่าเค ปิดท้ายด้วย โรเจอร์ไวรัส
ใครไม่เขียนตูจะแช่งมัน ฮือๆๆๆๆ
ผมคิดว่า Blog Tag ก็คงจะเหมือนกับพวกธุรกิจขายตรงหรือไม่ก็เป็นแชร์ลูกโซ่ประเภทนึง
ง่ายๆคือ เมื่อเราตกเป็นเหยื่อของลูกโซ่นี่แล้ว เราต้องรังควาญเพื่อนๆ ไม่ก็คนใกล้ตัว แบบพวกนักขายตรงนั่นแหละครับ ต้องหาสมาชิกเพิ่มเพื่อทำยอด หรือไม่ก็เพื่อหนีจากคำสาปซาดาโกะทัน
สำหรับผมแล้วต้องขอบคุณหลายๆท่านด้วยลักและผุพัง เอ้ย... ด้วยรักและผูกพัน เริ่มจาก... Johnny ก่อนเลยครับ จากนั้นตามมาติดๆด้วย ถังเขียวดุร้าย เท่านั้นยังไม่พอ เบลล์จัง ก็ยังมา Tag ต่ออีก... โอ๊ะๆยังไม่หมดยังมี โลมก และ เกรียนเหว อุตสาห์มาร่วมขบวนกับเขาด้วย สิริรวมแล้วเท่าที่เห็นนับฆาตกรได้ห้าคน ฮือๆๆๆ
เข้าเรื่องที่คนหลายๆคนไม่รู้ดีกว่า ห้าเรื่องใช่ม๊ะ ต้องคั้นกันสุดๆเลยนะเนี่ย
ข้อแรก - หลายๆคนคงรู้แล้วว่าผมใส่แว่น แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่าสายตาผมสั้น-ยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นเวลาที่ผมจะมองอะไรไกลๆ ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นผมขยิบตาข้างนึง ไม่ก็หลับตาข้างนึง และโดยปกติแล้วผมจะไม่ใส่แว่น ถึงจะมีแว่นติดตัวไว้ก็ตาม เพราะมีอคติกับแว่นตามากๆ คือเมื่อตอนเด็กผมตาเหล่มาก ที่บ้านก็ส่งไปผ่าตัดมาสองครั้ง อาการก็ดีขึ้น แต่ไม่หายขาด หมอเลยให้ใส่แว่นเพื่อฝึกกล้ามเนื้อตา (ประมาณนั้น) แล้วไอ้กรอบแว่นเนี่ย..... ดูยังไงๆ มันก็กรอบแว่นตาแป๊ะ! ทำใจใส่ไม่ด้ายยยยยยย แถมยังโดนบังคับให้ใส่อยู่นั่นแหละ สุดท้ายไม่รู้แว่นนั้นหายไปไหน สะจายยยย ไม่ต้องโดนบังคับให้ใส่แว่นตาแป๊ะ หึยยย~ย์
ข้อสอง - ตอนม.ปลาย... ผมเคยโดนลวนลามบนรถเมล์... อันนี้ อ๊าย~อาย~ คือแบบว่ารถมันไม่ค่อยแน่นอะนะ เราก็ยืนโหนรถเมล์อยู่ แล้วอยู่ๆมีมือดีมาจับก้น! ขยุ่ม~ขยำ~ อั๊ง~~ง~ ไอ้เราก็สะดุ้งขนลุกซู่เลย... หันไปมองข้างหลัง มีแต่ผู้ชาย (สลัดจริงๆ ถ้าเป็นผู้หญิงม.ปลายเหมือนๆกันว่าไปอย่าง) เท่านั้นแหละ! รีบเดินลงจากรถเลยดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิต นี่เรา...... หน้าตาน่ารักขนาดนี้เชียว - -"
ข้อสาม - ผมเป็นคนที่เขียนหนังสือเป็นระเบียบเรียบร้อยมากๆ แม้จะเขียนบนกระดาษ A4 โล่งๆหรือเขียนบนกระดานหน้าชั้น ผมก็จะเขียนได้เป็นบรรทัดที่ตรง ขนาดตัวหนังสือสม่ำเสมอ และตัวหนังสือสวย(น่ารัก) โดยเฉพาะเวลาจดเลคเชอร์ที่อาจารย์สอนนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่อาจารย์สอนไป เวลามันผ่านไปแล้วมันก็ผ่านไปเลย ถ้าเราจำไม่ได้ทั้งหมด เราก็ควรจะจดเอาไว้ เพราะถ้าเรียนจบไปแล้ว อาจารย์ก็จะไม่มาสอนเราอีกแล้ว เว้นแต่จะเสียเงินมาเรียนใหม่ อาจารย์สอนไม่ใช่แต่ในตำรา แต่จะมีพวกเทคนิกต่างๆในการคิดกับวิเคราะห์..... เมื่อคิดได้ดังนั้น เวลาผมจดเลคเชอร์ ผมจะจดอย่างตั้งใจและเป็นระเบียบ ลายมือก็เรียบร้อย มีการแบ่งสีสันต่างๆ ของสิ่งที่จดลงไป หลักๆก็มีสีดำ สีน้ำเงิน สีแดง สีม่วง แต่ละสีก็จะทำหน้าที่ของมันไป เช่นสีดำเขียนคำอธิบายต่างๆ สีน้ำเงินเขียนพวกปัญหา สีแดงเขียนพวกการคำนวน สีม่วงไว้แซมฮินท์ที่อาจารย์แนะนำ และถ้าเป็นการเขียนรูปประกอบคำบรรยาย สีสันเหล่านี้จะัช่วยให้คนที่อ่านเข้าใจง่ายขึ้น ดังนั้น!!! เพื่อนๆที่มหาลัยจึงชอบที่จะยืมเลคเชอร์เราไปซีรอกซ์ ไม่ก็ยืมกลับบ้านไปลอก จนมีวันนึง เพื่อนผู้ชายมันทะเลาะกับแฟนมัน ด้วยเรื่องที่แฟนสาวคิดว่าแฟนหนุ่มไปมีกิ๊กในห้องเรียน เพราะยืมสมุดมาลอกบ่อยๆ แสดงว่าต้องกิ๊กแน่ๆถึงได้ยอมให้เอากลับมาลอกบ่อยๆ จนเราต้องไปเคลียร์ให้ /- -"/
ข้อที่สี่ - ผม... เคยเรียนโรงเรียนสตรี.... แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แค่ชั้นอนุบาลกับประถมก็ตาม... แถมมีวันนึงที่มาสาย ไอ้เราเป็นเด็กผู้ชาย ยืนเข้าแถวโด่เด่กับเด็กผู้หญิงที่มาสายเหมือนๆกัน แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นหลัก ไอ้หลักๆอยู่ที่.... คุณครูที่คุมแถวมาสาย (เป็นผู้หญิงวัยใกล้เกษียณ) แกตาสั้นหรือเปล่า(วะ) ให้เด็กผู้ชายมายืนถอนสายบัว กับเด็กผู้หญิง แถมยังต้องให้ถอนสายบัวให้สวยๆด้วยนะ แสรดดดดดดด จำได้ว่าวันนั้นแค้นๆ แต่เป็นเด็กนี่เนอะ พอสายๆบ่ายๆก็ลืมแล้ว (แม้แต่หน้ากับชื่อคุณครูคนนั้นยังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ) พอจะเข้ามัธยม เหมือนจะได้ยินจากปากบุพการีว่า... "ถ้าสอบเข้าโรงเรียนเทพศิรินทร์ ไม่ได้ละก้อ จะเอาไปฝากเรียนที่...(ขอสงวนไว้แต่ก็เป็นโรงเรียนสตรีแห่งนึง)" เล่นเอาเสี๊ยว เสียว จากเด็กขี้เกียจ ต้องมานั่งอ่านหนังสือจนติดตัวสำรอง แล้วอีท่าไหนไม่รู้ก็ได้เรียนในโรงเรียนชายล้วน - -"
ข้อสุดท้าย - ผมเป็นคนขี้น้อยใจครับ แถมเป็นอย่างแรงมากๆด้วย ถึงแม้ว่าผมจะดูกร้าวร้าว ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองไปบ้าง หรือแม้กระทั้งปากเสีย แต่ผมก็เป็นคนคิดมากนะ เรียกว่าแคร์ความรู้สึกคนอื่นนั่นแหละ แต่อย่างไรก็ตาม บางทีถ้าอารมณ์มันขึ้นมากๆ มันก็กลั้นไม่อยู่จริงๆ อ่อ...มีอีกอย่างนึงเกี่ยวกับอารมณ์นี่แหละ คือเวลาผมดูหนังดูการ์ตูน ผมจะคิดตามเนื้อเรื่องไปด้วย(คิดยังไงไม่บอก)ถ้าอินได้ที่เมื่อไหรบางทีจะน้ำตาซึม ฮือๆๆ เลยไม่ค่อยได้ดูหนังกับใครเท่าไหร เพราะว่ากลัวคนเห็น
ครบห้าข้อแล้ว เหนื่อยชมัดเลยกว่าจะเขียนได้หมดห้าข้อ... - -"
เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ต้องส่งต่อให้อีกห้าคนถัดไปที่ยังไม่ได้เขียน ดังนั้นรับกรรมไปซะ!!!
คนแรก เจ้าของรอยยิ้มที่น่ากลัว และตามมาติดๆด้วย ป้าย่นเจ้าของลาเต้ จากนั่นก็ นายพลตุ่นจอมโหด พ่วงด้วย โดร่าเค ปิดท้ายด้วย โรเจอร์ไวรัส
ใครไม่เขียนตูจะแช่งมัน ฮือๆๆๆๆ

